Chaos Logo
ตัวแทนจำหน่าย อย่างเป็นทางการ ในประเทศไทย

สถาปนิกประหยัดเวลาได้จริงแค่ไหนเมื่อใช้ AI?

Read time: 6 minutes

จากผลสำรวจอุตสาหกรรมล่าสุดของเรากับสถาปนิกและนักออกแบบเกือบ 800 คนทั่วโลก พบว่า 86% ของผู้ที่ใช้ AI ในปัจจุบันระบุว่าพวกเขาสามารถประหยัดเวลาในการทำงานด้านภาพ (Visualization) และงานออกแบบได้อย่างเห็นได้ชัด บทความนี้จะพาทุกคนไปเจาะลึกข้อมูลตัวเลขและดูว่าความคุ้มค่าด้านเวลาเหล่านั้นเกิดขึ้นในส่วนไหนบ้าง โดยแบ่งตามขนาดขององค์กร

ไฮไลต์สำคัญ:

  • 📌 เกือบ 9 ใน 10 ของผู้ใช้ AI ที่ร่วมตอบแบบสอบถาม สัมผัสได้ถึงประสิทธิภาพการทำงานที่เพิ่มขึ้นด้วย AI
  • 📌 บริษัทขนาดกลาง (พนักงาน 50-99 คน) เป็นกลุ่มที่ประหยัดเวลาได้มากที่สุด โดยเซฟเวลาได้ถึง 10-15+ ชั่วโมงต่อสัปดาห์
  • 📌 เวลาที่ประหยัดได้ส่วนใหญ่เกิดขึ้นในขั้นตอน การออกแบบแนวคิด/สร้างสรรค์ไอเดีย (Concept Design & Ideation) และ การตกแต่งภาพ (Image Enhancement)
  • 📌 บริษัทที่นำ AI มาช่วยในการ ตัดต่อวิดีโอ มีแนวโน้มที่จะประหยัดเวลาได้ 10-15+ ชั่วโมงต่อสัปดาห์ มากกว่ากลุ่มอื่นถึง 10%

สารบัญเนื้อหา:

  • AI ช่วยสถาปนิกประหยัดเวลาในขั้นตอนไหนมากที่สุด? →
  • เวลาที่ประหยัดได้ในบริษัทแต่ละขนาดแตกต่างกันอย่างไร? →
  • ความพึงพอใจของสถาปนิกที่ใช้เครื่องมือ AI เป็นอย่างไร? →
  • จะเริ่มต้นใช้งาน AI จากจุดไหนดี →

AI ช่วยสถาปนิกประหยัดเวลาในขั้นตอนไหนมากที่สุด?

ข้อมูลจากผลสำรวจชี้ให้เห็นอย่างชัดเจนว่า มีอยู่ 2 ขั้นตอนหลักๆ ที่สถาปนิกสามารถประหยัดเวลาได้มากที่สุด นั่นคือ ขั้นตอนการออกแบบแนวคิดและการคิดค้นไอเดีย (พบใน 48% ของผู้ใช้ AI) และ ขั้นตอนการตกแต่งภาพ (40%)

  • การออกแบบแนวคิดและการคิดค้นไอเดีย (48%): สถาปนิกสามารถประหยัดเวลาได้มากที่สุดในระยะเริ่มต้นของโปรเจกต์ เครื่องมืออย่าง Chaos Veras ช่วยให้นักออกแบบสามารถทดสอบและจำลองภาพสถานการณ์หรือดีไซน์ที่หลากหลายได้ภายในไม่กี่นาที แทนที่จะต้องใช้เวลาเป็นชั่วโมงหรือเป็นวันเหมือนเมื่อก่อน
  • การตกแต่งภาพ (40%): การเปลี่ยนภาพเรนเดอร์ที่เกือบจะสมบูรณ์แบบให้กลายเป็นภาพที่พร้อมส่งมอบให้ลูกค้าทำได้รวดเร็วขึ้นอย่างมหาศาล ด้วยเครื่องมือ AI Image Enhancers ที่สามารถปรับปรุง ยกระดับ หรือแม้แต่เปลี่ยนรูปลักษณ์ของโมเดลผู้คน ต้นไม้ใบหญ้า และพื้นผิวต่างๆ ได้ทันตา

นอกจากนี้ ยังมีกลุ่มผู้ตอบแบบสอบถามอีกประมาณ 25% ที่รายงานว่าประหยัดเวลาได้อย่างมีนัยสำคัญในขั้นตอน การเลือกวัสดุและการสร้างสินทรัพย์ (Asset Generation) สำหรับงานภาพ ซึ่งนี่เป็นสัญญาณสำคัญที่บ่งบอกว่า AI ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือสำหรับช่วงทำคอนเซปต์อีกต่อไป แต่เริ่มหลอมรวมเข้าสู่กระบวนการผลิตงานภาพ (Visualization Pipeline) ในขั้นตอนสุดท้ายแล้ว

ที่น่าสนใจไม่แพ้กันคือ 14% ของสถาปนิกกำลังใช้ AI เข้ามาช่วยในการสร้างวิดีโอ โดยบริษัทที่ใช้ AI สำหรับงานตัดต่อวิดีโอนั้น มีโอกาสที่จะเซฟเวลาได้ 10-15+ ชั่วโมงต่อสัปดาห์เพิ่มขึ้นอีก 10% ซึ่งชี้ให้เห็นว่าแม้จะเป็นการประหยัดเวลาเพียงเล็กน้อยในแต่ละจุด แต่เมื่อรวมกันในโปรเจกต์แอนิเมชันขนาดใหญ่แล้ว ผลลัพธ์ที่ได้กลับช่วยลดเวลาการทำงานลงได้อย่างมหาศาล

เวลาที่ประหยัดได้ในบริษัทแต่ละขนาดแตกต่างกันอย่างไร?

จากผลสำรวจร่วมกันระหว่าง Chaos และ Architizer ประจำปี 2026 พบว่า 86% ของสถาปนิกที่ใช้ AI สามารถประหยัดเวลาในการทำงานได้อย่างเห็นได้ชัด โดยสำหรับคนกลุ่มใหญ่ (59%) ตัวเลขนี้เทียบเท่ากับการเซฟเวลาได้ อย่างน้อย 5 ชั่วโมงต่อสัปดาห์

โดยทั่วไปแล้ว ยิ่งบริษัทมีขนาดใหญ่เท่าใด จำนวนชั่วโมงที่ประหยัดได้จากการใช้เครื่องมือ AI ก็มักจะเพิ่มสูงขึ้นตามไปด้วย แม้ว่าสัดส่วนอาจจะไม่ได้แปรผันตรงแบบสมบูรณ์แบบก็ตาม:

  • ฟรีแลนซ์และบริษัทขนาดเล็ก: มักจะเห็นผลลัพธ์การประหยัดเวลาในระดับที่พอเหมาะแต่มีความสม่ำเสมอ (ส่วนใหญ่ประหยัดได้ 5–10 ชั่วโมงต่อสัปดาห์)
  • บริษัทขนาดกลาง (พนักงาน 50–99 คน): เป็นกลุ่มที่ได้รับผลลัพธ์ความคุ้มค่าที่โดดเด่นที่สุด โดย 30% ของกลุ่มนี้รายงานว่าสามารถประหยัดเวลาได้ถึง 10–15+ ชั่วโมงต่อสัปดาห์
  • องค์กรขนาดใหญ่ (พนักงาน 100 คนขึ้นไป): ตัวเลขการประหยัดเวลาในระดับสูงสุดอาจลดลงมาเล็กน้อย ซึ่งอาจเป็นเพราะเวิร์กโฟลว์ขนาดใหญ่ย่อมตามมาด้วยภาระงานด้านการประสานงาน (Coordination overhead) ที่เพิ่มขึ้นควบคู่ไปกับการใช้เครื่องมือ แต่ถึงกระนั้น 23% ขององค์กรกลุ่มนี้ก็ยังคงเซฟเวลาได้มากกว่า 10 ชั่วโมงต่อสัปดาห์อยู่ดี

ความพึงพอใจของสถาปนิกที่ใช้เครื่องมือ AI เป็นอย่างไร?

ผลสำรวจยังเผยให้เห็นว่า ความพึงพอใจต่อ AI จะอยู่ในระดับสูงสุดในกลุ่มผู้ที่นำไปใช้งานอย่างจริงจังแบบเต็มตัว โดยในกลุ่มสถาปนิกที่ระบุว่าตนเอง "พึงพอใจมาก" กับผลลัพธ์จาก AI กว่า 62% คือผู้ที่เปิดรับและนำเทคโนโลยีนี้ไปปรับใช้อย่างเต็มรูปแบบ ไม่ใช่แค่การทดลองเล่นๆ ในขณะที่กลุ่มสถาปนิกที่ยังอยู่ใน "โหมดทดลองใช้งาน" มักจะรายงานผลลัพธ์ที่ผสมปนเปกันไป ได้ผลงานที่ไม่สม่ำเสมอ และมักมีความหงุดหงิดที่เครื่องมือยังไม่เข้ากับเวิร์กโฟลว์การทำงาน

สำหรับผู้ตอบแบบสอบถามอีก 40% ที่ยังไม่ได้เริ่มต้นใช้งาน AI ได้ระบุถึงอุปสรรคในทางปฏิบัติ ซึ่งส่วนใหญ่ได้แก่: ปัญหาด้านต้นทุน การขาดแคลนเวลาในการศึกษาเครื่องมือใหม่ๆ และความท้าทายในการผสานรวมซอฟต์แวร์ (Software integration)

จะเริ่มต้นใช้งาน AI จากจุดไหนดี?

รายงานฉบับนี้ได้ระบุถึง 2 จุดเริ่มต้นที่สถาปนิกสามารถประยุกต์ใช้ AI เพื่อช่วยประหยัดเวลาได้ นั่นคือ: การออกแบบคอนเซปต์ (Concept design) และ การตกแต่งภาพ (Image enhancement) เนื่องจากเป็นงานที่มีความเสี่ยงต่ำแต่ต้องทำบ่อยครั้ง ซึ่งเป็นจุดที่เครื่องมือ AI ในปัจจุบันได้รับการพัฒนามาอย่างสมบูรณ์แบบแล้ว

เครื่องมือที่สามารถผสานรวมเข้ากับเวิร์กโฟลว์การเรนเดอร์เดิมของคุณได้โดยตรง แทนที่จะแยกตัวออกไปเป็นอีกหนึ่งขั้นตอนที่เพิ่มขึ้นมา มักจะช่วยอุดช่องโหว่ในการทำงานร่วมกันได้เร็วที่สุด และนั่นก็คือแนวคิดเบื้องหลังชุดเครื่องมือนำเสนอภาพที่ขับเคลื่อนด้วย AI จาก Chaos ซึ่งถูกสร้างขึ้นมาเพื่อให้ทำงานสอดประสานกับไปป์ไลน์ (Pipelines) ที่เหล่าสถาปนิกคุ้นเคยกันดีอยู่แล้วได้อย่างลงตัว

หนึ่งในเครื่องมือที่โดดเด่นที่สุดก็คือ Veras โซลูชันงานภาพ AI ของเราที่ขับเคลื่อนด้วยขุมพลัง Nano Banana และสามารถผสานการทำงานร่วมกับเครื่องมือ CAD ชั้นนำอย่าง Revit และ SketchUp ได้อย่างแนบเนียน ฟีเจอร์นี้พร้อมเนรมิตภาพสเก็ตช์ ภาพ 2D และโมเดล 3D ของคุณ ให้กลายเป็นผลงานภาพเรนเดอร์และแอนิเมชันที่สวยงามสะกดสายตาได้ในพริบตา นอกจากนี้ยังถูกผนวกรวมเข้ากับ Enscape เพื่อมอบประสบการณ์การจำลองภาพแบบเรียลไทม์ที่ง่ายและรวดเร็วยิ่งขึ้นไปอีกขั้น